เทศกาลสารคดีไทยข้างบ้าน vs ไต้หวันมาแรง
posted on 04 Oct 2007 18:51 by ennisdelmarblog in movie
เมื่อ 2 ปีที่แล้ว คนสามคนนี้ไม่เคยจับกล้องทำหนังมาก่อน
แต่วันนี้ พวกเขาหยิบชีวิตส่วนตัวและเรื่องราวของคนรอบข้างมาถ่ายทอดเป็นสารคดีคนละเรื่อง และพร้อมฉายให้ทุกคนได้ดูแล้ว
เมื่อ 4 ปีที่แล้ว โครงการ สารคดีข้างบ้าน 1 ถือกำเนิดขึ้นเพื่อเป็นพื้นที่ให้คนทำหนังอิสระไอเดียดีแต่ขาดโอกาสมีช่องทางสร้างสรรค์ผลงาน พร้อมกันนั้นยังเป็นการพิสูจน์ไปในตัวด้วยว่า การทำหนังไม่ยากอย่างที่คิด มาโครงการ 2 นี้ BIOSCOPE ยังคงความตั้งใจเดิมไว้ครบถ้วน
แถมปีนี้ เรายังได้พันธมิตรใหม่ที่กำลังมาแรงอีก 2 กลุ่มมาร่วมด้วย นั่นคือ สำนักผู้แทนการค้าไต้หวัน หนึ่งในประเทศที่หนังสารคดีก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างชัดเจนที่สุด และ กลุ่มไทยอินดี้ กลุ่มคนทำหนังอิสระไทยที่สร้างผลงานคุณภาพขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เตรียมพบกับหนังสารคดี 9 เรื่อง 9 เนื้อหา 9 สไตล์ ทุกวันอาทิตย์ตลอดเดือนตุลาคมนี้
...แต่ก่อนอื่น มาอุ่นเครื่องกันก่อนดีกว่าว่าแต่ละเรื่องน่าดูแค่ไหน อย่างไร
3 หนังสารคดีจาก BIOSCOPE

1. เรื่องจริง
สารคดีโดย วิชาติ สมแก้ว เล่าประสบการณ์ครั้งสำคัญของชีวิตเมื่อเขากำลังจะบอกความจริงบางอย่างให้ แม่ คนที่เขารักที่สุดฟัง

2.รักในวัยเรียน
ผู้ใหญ่จำนวนมากบอกว่าความรักบั่นทอนสติของเด็กในวัยเรียน แล้วเด็กเหล่านั้นมองเรื่องรักควบคู่ไปกับการเรียนยังไง ค้นหาได้ในสารคดีของ มัชฌิมา อึ้งศรีวงษ์ และ ณัฏฐ์ อภิพงศ์เจริญ

3.เออร์ลี่ รีไทร์
พ่อของ ฐากูร เข็มปัญญา เป็นคนหนึ่งที่กำลังจะเกษียณก่อนกำหนด ทั้งที่พ่อรักงานนี้มากเหลือเกิน ฐากูรจึงสงสัยและทำสารคดีเรื่องนี้เพื่อค้นหามัน
2 หนังสารคดีจากกลุ่มไทยอินดี้

1. ผม ตัวผม และไดอารี่ของผม
เมื่อ อรรณพ สงวนชาติ รู้สึกว่าชีวิตเขากำลังอยู่ผิดที่ผิดทาง โดยเฉพาะโลกและชีวิตยามค่ำคืนที่กำลังดำเนินอยู่ เขาจึงเริ่มต้นออกเดินทางเพื่อค้นหา อะไรบางอย่าง ที่สามารถทำให้เขาพ้นจากสภาพที่เป็นอยู่

2.ลาทีปีหมา
ท้ายปีพ.ศ. 2549 เกิดเหตุรัฐประหารในประเทศไทยโดยคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามด้วยระเบิด 8 จุดในกรุงเทพฯ เพื่อส่งท้ายปีเก่า ทุกๆ อย่างดูย่ำแย่ไปซะหมด รวมทั้งชีวิตของ สุรชาญ มั่นคงวงศ์ศิริ ด้วย
และ 4 หนังสารคดีจากไต้หวัน

1. The Rhythm of
สารคดีปี 2003 ของผู้กำกับ หวางจวิ้นสง เรื่องนี้เล่าถึงวัฒนธรรมการร้องซ้อนของชนพื้นเมืองเผ่าปู้หนงที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านอู้ลู่ ซึ่งตั้งอยู่บนภูเขาฝั่งตะวันออกอันห่างไกลของไต้หวัน
เช่นเดียวกันกับวัฒนธรรมพื้นบ้านมากมายในโลกนี้ที่กำลังเลือนหายไปจากสังคม ชาวปู้หนงตระหนักถึงปัญหานี้เช่นกัน จึงพยายามถ่ายทอดประเพณีและวัฒนธรรมสู่ลูกหลาน โดยเฉพาะวัฒนธรรมการร้องเพลงที่เรียกว่า การร้องซ้อน และท่วงทำนองอันซับซ้อนของเพลงพื้นเมืองซึ่งทำลายกฎเกณฑ์ดนตรีตะวันตกลงอย่างสิ้นเชิง

2.
นี่คือเรื่องราวของผู้คนที่อยู่เบื้องหน้าและเบื้องหลังโรงละครชื่อดังแห่งหนึ่งของไทเป ซึ่งเล่าโดยอดีตผู้กำกับในโรงละคร ผ่าน 7 ตัวละครหลักที่มีตั้งแต่ผู้กำกับ นักแสดง นักออกแบบ และฝ่ายจัดการ
แม้การแสดงที่ออกสู่สายตาคนดูจะสวยงามแค่ไหน แต่ชีวิตหลังเวทีของนักแสดงเหล่านี้หาได้สวยงามดังที่เห็นบนเวทีไม่ เพราะหลายคนยังต้องอดมื้อกินมื้อ บางคนต้องหาอาชีพอื่นมาทำเพิ่มแต่กลับไม่สามารถรองรับปากท้องของครอบครัวได้ ทว่าพวกเขาก็ยังกลับมาทำงานที่โรงละครนี้ทุกครั้งที่มีโอกาส ที่สำคัญพวกเขาเรียกตัวเองว่า คนทำงานในโรงละคร มิใช่ ศิลปิน

3. Let it Be
คงไม่มีใครปฏิเสธว่าข้าวซึ่งเป็นอาหารหลักของผู้คนในแถบเอเชียนั้นมีความสำคัญมากกว่าของกิน ในไต้หวันก็เช่นกัน... ที่นั่น ข้าวเป็นสัญลักษณ์สำคัญทางวัฒนธรรมไต้หวันที่สืบทอดกันมานาน และสัมพันธ์กับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของคนชนบทอย่างใหญ่หลวง
สารคดีเรื่องนี้พาคนดูไปสำรวจชีวิตชาวนาในยุคปัจจุบันที่ต้องเผชิญทั้งความเหนื่อยยากของการทำนาเก็บเกี่ยว แถมยังต้องต่อสู้กับนโยบายทางเศรษฐกิจขององค์การการค้าโลก (WTO) อีกด้วย

4. Jump! Boy
สารคดีน่ารักน่าเอ็นดูประจำเทศกาลนี้เห็นจะไม่พ้น Jump! Boy เรื่องนี้นี่ล่ะ ผู้กำกับ อู๋เชี่ยนหลิน ถ่ายทอดเรื่องราวของเด็กชายกลุ่มหนึ่งที่ต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ในแต่ละวันที่โรงยิมแทนที่จะเป็นหน้าคอมพิวเตอร์หรือในแม็กโดนัลด์ ใช่แล้ว! พวกเขาเป็นนักกีฬายิมนาสติกนั่นเอง
แม้ภายนอกจะเป็นเด็กชาย แต่ภายในพวกเขาแข็งแกร่งกว่าที่ผู้ใหญ่คาดคิด ในการฝึกซ้อมแม้จะเหนื่อยเพียงใด พวกเขาก็ไม่ท้อ แม้จะล้ม พวกเขาก็ยังลุก ขนาดว่าบาดเจ็บ พวกเขาก็ยังซ้อมต่อไป นอกจากสารคดีจะเสนอภาพพัฒนาการด้านยิมนาสติกของไต้หวันได้อย่างเข้มข้นแล้ว มันยังทำให้เรามองเด็กๆ เหล่านี้ด้วยสายตาที่ต่างไป ไม่ใช่สงสารและเอ็นดู แต่เป็นชื่นชม
ตารางฉายภาพยนตร์
สารคดีฉายทุกวันอาทิตย์ของเดือนตุลาคมที่ TK Park
วันอาทิตย์ที่ 14 ตุลาคม 2550
13.00 14.20 น.ฉายหนังสารคดีข้างบ้าน เรื่องจริง จบแล้วพูดคุยกับผู้กำกับ
14.50 16.10 น.ฉายหนังสารคดีไต้หวัน The Rhythm in Wulu Village
16.20 17.10 น.ฉายหนังสารคดีข้างบ้าน เออร์ลี่ รีไทร์ จบแล้วพูดคุยกับผู้กำกับ
วันอาทิตย์ที่ 21 ตุลาคม 2550
13.00 14.00 น.ฉายหนังสารคดีจากกลุ่มไทยอินดี้ ผม ตัวผม และไดอารี่ของผม พร้อมพูดคุยกับผู้กำกับ
14.30 16.00 น.ฉายหนังสารคดีไต้หวัน Jump! Boys
16.10 16.50 น.ฉายหนังสารคดีข้างบ้าน รักในวัยเรียน จบแล้วพูดคุยกับผู้กำกับ
วันอาทิตย์ที่ 28 ตุลาคม 2550
13.00 14.00 น.ฉายหนังสารคดีข้างบ้าน เออร์ลี่ รีไทร์ จบแล้วพูดคุยกับผู้กำกับ
14.30 16.00 น.ฉายหนังสารคดีไต้หวัน Let it Be
16.10 16.40 น.ฉายหนังสารคดีจากกลุ่มไทยอินดี้ ลาทีปีหมา
วันอาทิตย์ที่ 7 ตุลาคม 2550
13.00 13.40 น.ฉายหนังสารคดีข้างบ้าน รักในวัยเรียน จบแล้วพูดคุยกับผู้กำกับ
14.10 15.10 น.ฉายหนังสารคดีไต้หวัน Taipeis Bohemians
15.20 16.40 น.ฉายหนังสารคดีข้างบ้าน เรื่องจริง จบแล้วพูดคุยกับผู้กำกับ
http://www.bioscopemagazine.com/web2006/film_detail.php?nPage=1&nPos=1
ยังคิดอยู่เลยว่าเดือนนี้ ในโรงไม่ค่อยมีไรน่าดู
ขอบคุณค่า
#1 By นางสาวความสุข on 2007-10-04 19:20