“ครั้งแรกอีกครั้ง” ที่ร้านหนัง(สือ) ๒๕๒๑
posted on 24 Dec 2007 22:43 by ennisdelmarblog
มีผู้ร่วมชะตากรรมในทริปนี้ทั้งหมด 4 คน มี เบิ้ล(เก๋ เท่ห์ นนทวัฒน์ iPod) โอ(แว่น เสื้อลายขวาง ศาสตร์) พี่ปุ่น (สวยเลือกได้ ภายใต้วัฒนธรรมเร้นลับ) และผม(พยายามนึกถึงสิ่งที่สวยงามเอาไว้ครับ) ก่อนวันเดินทาง ผม พี่ปุ่น ไปนอนค้างบ้านโอ แต่ดันไปถึงบ้านโอตอนเช้าแล้ว(เครื่องออก 11 โมง) เลยไม่มีใครนอนกัน ก่อนขึ้นเครื่องผมพยายามเก็บอาการกลัวเอาไว้ไม่ให้คนอื่นเห็นแต่มันทำได้แค่ทางกายภาพเท่านั้น ภายในจิตใจผมตอนนี้มีแต่ซีรี่ Lost(เป็นซีรี่ที่เกี่ยวกับเครื่องบินที่ตกไปยังเกาะแห่งหนึ่ง) ตลอดเวลา จนเผลอพูดออกมาให้อีเบิ้ลได้ยิน หลังจากนั้นก็เริ่มจับจองเป็นตัวละครใน Lost กัน อีเบิ้ลบอกขอเป็น ชาลี(ชาลีเป็นนักดนตรี) ส่วนผมขอเป็น อนาลูเซีย ด้วยเหตุผลเดียวเท่านั้นในการตัดสินใจครั้งนี้ คือ ก่อนตาย อนาลูเซียได้กับซอร์เยอร์ ซึ่งมันก็ช่วยลดความกลัวไปได้เยอะทีเดียว
-วันที่๑-
ถึงภูเก็ตประมาณบ่ายและไม่ได้เป็น อนาลูเซีย พี่นิล(นก ปักษนาวิน) มารับพวกเราจากสนามบินไปยังร้านหนังสือ ภายในรถเปิดเพลงรักแห่งสยามคลอกับการพูดคุยของพวกเรา ถึงที่พักทุกคนจับจองที่นอนโดยทันที ก่อนจะมีโปรแกรมฉายหนังสั้นพี่เจ้ยตอนทุ่มครึ่ง ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ผมอยากดูมากๆ หลังจากดูหนังรอบนี้เสร็จถึงขั้นเหวอ เป็นประสบการณ์ในการดูหนังที่หาดูยากมาก ทุกๆครั้งที่หลับตาจะเห็นป้าเจนเดินไปเดินมาตลอดเวลา(ป้าเจนเล่นหนังให้พี่เจ้ยหลายเรื่องมาก) จบโปรแกรมด้วยข้าวต้ม “ย้อยโภชนา” อร่อยขั้นเทพ ตกดึกกลับที่พัก ผม เบิ้ล โอ เติ๊บสสสส(เป็นอาการของความสนุกอะไรบางอย่าง) กันอยู่ชั้นล่างของร้าน ส่วนชั้นบนเป็นเขตการล่าอาณานิคมโหลดของพี่วัฒนธรรมเร้นลับ ที่ขมักเขม่นโหลดอย่างจดจ่อ ได้ยินเพียงเสียงพี่แกบอกว่า “กะลังล่าอาณานิคมของญี่ปุ่นอยู่” เวลาล่วงเลยไปจนถึงตี4 พี่นิลก็คิดโปรแกรมพิเศษสำหรับคืนนี้ นั่นคือ ตระเวนหาดป่าตอง ทุกคนตอบตกลงโดยทันที ภายในรถยังคงเปิดเพลงรักแห่งสยามเหมือนเดิม ถึงหาดพี่ปุ่นพุ่งตรงไปยัง subway คว้าเบอร์เกอร์ชิ้นใหญ่กลับมา(ได้ข่าวว่าเพิ่งกินข้าวต้มกันมา...สามารถมากๆครับพี่) น่าจะเป็นร้านเดียวที่ยังคงเปิดอยู่ รอบๆหาดเงียบมากเหตุเพราะทุกร้านต้องปิด 2 วันเพื่อเลือกตั้งล่วงหน้า เป็นช่วงเวลาที่ซวยมากสำหรับผม (และไม่เข้าใจจริงๆ มึงจะเลือกตั้งก็เลือกไปสิครับ กูจะแดกเหล้า กูจะเที่ยว เหมือนจะเห็นแก่ตัวแต่มันเกี่ยวกันตรงไหนครับพี่ เลิกขายเหล้าแล้วมันลดไอ้พวกทุจริตเลือกตั้งได้มั้ย นี่มันปีไหนแล้ว เราแยกแยะได้ พอเถอะครับไอ้พวกกฏงี่เง่าเลิกซ่ะที)
-วันที่๒-
วันนี้ตื่นกันเกือบเที่ยง เนื่องด้วยเมื่อคืนดึกไปหน่อย(ไม่ใช่ดึกสิ ต้องเช้า) และโปรแกรมแรกเป็นหนังของผมฉาย ถึงแม้จะไม่ใช่การฉาย “ครั้งแรก” แต่ผมก็ยังตื่นเต้นทุกครั้งที่หนังตัวเองฉาย คนดูถือว่าเยอะพอสมควร และจบลงด้วยการพูดคุยแบบเป็นกันเอง โดย พี่ชาย(Filmsick)และพี่นิล รับหน้าที่เป็นพิธีกรจำเป็น หลังจากนั้นก็ฉายหนังของเบิ้ล โอ และของเพื่อนๆในกลุ่มไทยอินดี้ ตกดึกกลับสู่วิถีเดิม ผม เบิ้ล โอ เติ๊บสสสส ไม่ต้องบอกว่าคุณพี่กำลังทำอะไรอยู่ ได้ยินบางประโยคหลุดออกมา “กูโหลดมา2วันแล้วทำไมยังไม่เสร็จว่ะ”
-วันที่๓-
วันนี้ตั้งใจว่าจะต้องไปดูทะเลตอนกลางวันให้ได้เพราะพรุ่งนี้ต้องกลับแล้ว หลังจาก 2 คืนก่อนได้เห็นแค่ทะเลกลางคืน เลยนัดเจอกับเพื่อนเก่าสมัยเรียนคนนึง ผมไม่เคยเจอเพื่อนคนนี้ประมาณ 2-3 ปีแล้ว ถึงหาดกะรนประมาณ 5 โมงเย็นตลอดเวลาที่นั่งอยู่ เราแทบจะไม่คุยกัน นานเกือบชั่วโมง แต่ตลอดช่วงเวลานั้นผมรู้สึกว่าเหมือนพูดอยู่ตลอดเวลาแค่ไม่เปิดปาก ผมไม่แน่ใจว่าเค้าคิดอะไรอยู่ แต่สำหรับผมแทบจะไม่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงคลื่นเบื้องหน้า ก่อนเวลาจะล่วงเลยไปเราเริ่มพูดคุยกันมากขึ้น ต่างคนต่างเล่าเรื่องของตัวเอง จนแทบหยุดไม่อยู่ มันเหมือนจะสนุก ก่อนกลับผมถามว่า “ทำไมย้ายมาอยู่ภูเก็ต” เค้าตอบเพียงแค่ว่า “ไม่มีไรหรอก” แล้วยิ้มให้ก่อนมาส่งผมที่ร้าน
.
. “ผมไม่มีโอกาสเห็นทะเลตอนกลางวัน” .
..
ปล. 1 ขอบคุณพี่ๆทุกคนที่ร้านหนัง(สือ) ๒๕๒๑ ที่ให้การตอนรับอย่างอบอุ่น
ปล. 2 ขอบคุณไทยอินดี้และพี่ปุ่นที่ให้ร่วมทริปครั้งนี้
ถ่ายภาพโดย : เบิ้ล นนทวัฒน์ นำเบญจพล
พี่ Filmsick เขียนถึงโปรแกรมหนังสั้นของพี่เจ้ยที่ลิ้งค์นี้ครับ ตามไปอ่านกัน http://filmsick.exteen.com/20071224/entry
edit @ 25 Dec 2007 15:18:53 by ennisdelmar
#1 By AkE on 2007-12-24 22:57