ล่อง/รอย [remains] โดย นฆ ปักษนาวิน
21 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา 7 โมงเช้า เดินสะลึมสะลือออกมาจากห้องพักของเบิ้ล หลังจากที่ทั้งคืนแอบมาเนียนนั่งดูเบิ้ลตัดต่อวีดีโอให้ โจ้ก (โปรเจค ล่อง/รอยที่จะฉายวันที่ 23 ) มีนพมาช่วยด้วย โจ้กรีบเคลียร์งาน (ที่วุ่ยวายมาก มีโทรศัพท์เรื่องงานที่จะต้องส่งให้ลูกค้าในวันรุ่งขึ้นดังตลอดเวลา)จนหนังโจ้กเสร็จตอนเช้าพอดี
ระหว่างทางที่เดินไปรอรถ เราคิดในใจว่า ทำไมเบิ้ลกะโจ้กต้องมาวุ่นกับโปรเจคนี้ด้วย ทั้งๆที่ไม่ได้ค่าเหนื่อยด้วยซ้ำไป แล้วก็นึกขอบคุณไปถึงคนอื่นๆ ที่เบิ้ลชักชวนมา
พวกเขาต่างก็สละเวลามาร่วมการทดลองของโปรเจคนี้ด้วยกันทั้งหมดที่มาของโปรเจคล่อง/รอย เริ่มจากตั้งใจจะจัดงานรำลึกให้พี่กนกพงศ์ ( สำหรับผม พี่กนกพงศ์คือบรรณาธิการคนแรก ในชีวิตการเขียนเรื่องสั้น ถ้าไม่มีกนกพงศ์ ผมคงไม่ได้เขียนหนังสือมาจนทุกวันนี้) ในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปีปีก่อนจัดงานแสดงภาพถ่ายของพี่กนกพงศ์ แล้วก็มีเสวนาเล็กๆของนักเขียนภูเก็ต
สำหรับปีนี้ ไอเดียการชักชวนคนมาทำหนัง มาจาก การได้ดูหนังของโจ้ก ที่มาฉายที่ร้าน (ตอนนั้นมีพี่ปุ่น โจ้ก เบิ้ล โอลงมาด้วย)
ฉากที่โจ้กกลับบ้าน เราเห็น-ชีวิต-ของคนพัทลุงในชนบท (โจ้กเป็นคนพัทลุงเช่นเดียวกับพี่กนกพงศ์)
ฉากแม่ทำกับข้าวหรือคุยกับเพื่อนบ้าน หรือคุยกับลูก --นั่นเป็นสิ่งที่พี่กนกพงศ์เขียนถึงนี่นา เราเลยอยากชวนให้โจ้กในฐานะคนพัทลุง และเป็นรุ่นน้องโรงเรียนเดียวกับพี่กนกพงศ์ด้วย มาทำหนังรำลึกให้เขา
ต่อมาเมลไปคุยกับคุณปราบต์ (จากที่รู้จักกันผ่านตัวหนังสือเมื่อหลายปีก่อน ตอนที่เรายังเป็นนักศึกษากันอยู่) ปราบต์คงเป็นแฟนพี่กนกพงศ์คนนึงแน่ๆ เลยอยากเห็นหนังของปราบต์ที่ทำให้พี่กนกพงศ์
ปรากฏว่าปราบต์งานยุ่ง ไม่สามารถปลีกตัวมาได้ โปรเจคนี้เดิมทีตั้งใจจะทำฉายที่ร้านหนัง(สือ) วันที่ 9 กุมภาพันธ์ (วันเกิดพี่กนกพงศ์)
ต่อมาพี่พู (อุรุดา โควินทร์) คนรักของพี่กนกพงศ์โทรมาถามว่า ปีนี้ร้านหนัง(สือ)จะจัดกิจกรรมอะไรบ้าง ทางกองทุนจะจัดงานวันที่ 23 เผื่อจะร่วมแจมด้วยกันได้ ผมเลยเสนอโปรเจคนี้ พี่พูเห็นด้วย เอาละทีนี้ จะชวนใครดี
คุณfilmsick ก็ขอตัวไปก่อนหน้านี้แล้วเพราะยังคิดไม่ตกว่าจะทำเรื่องอะไรดี)
ก็เลยชวนให้เบิ้ล มาเป็นcurator ชักชวนเพื่อนๆ ในแวดวงคนทำหนังสั้นให้มาร่วมโปรเจคด้วยกัน แล้วก็มีโอกาสคุยกัยเต้ (ไกรวุฒิ) เต้บอกว่าโปรเจคนี้มีโจทย์ที่หินทีเดียว (หาคนทำหนังที่ได้แรงบันดาลใจจากกนกพงศ์นี้แสนยาก-- วันงานได้แลกเปลี่ยนประเด็นนี้กับพี่แป๊ด grappa หน่อยนึง [ดีใจที่ได้เจอด้วยครับ] )
ก็คุยกับเบิ้ลต่อว่า โดยกระบวนการแล้ว ตัวโปรเจคนี้เองถือเป็นการทดลอง ที่ผมอยากรู้คือ ปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนทำหนังกับตัวพี่กนกพงศ์ ในเงื่อนไขที่ให้โอกาสในการตีความ การย้อนแย้ง
เพื่อสุดท้ายผลลัพธ์คืองานภาพเคลื่อนไหวชุดหนึ่ง สำหรับตัวเอง กระบวนการทดลองนั้นได้สิ้นสุดลงเมื่อเบิ้ลได้รวมหนังของทั้ง 10 คนเข้าไว้ด้วยกัน (ขอบคุณมากๆ งานนี้เบิ้ลเหนื่อยที่สุด)
23 กุมภาพันธ์ วันฉายหนัง มีหลายเรื่องที่ผมได้ดูเป็นครั้งแรกพร้อมๆ กับผู้ชม ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง เป็นการดูหนังที่ตื่นเต้นครับ
สุดท้ายแล้วผมแอบดีใจอยู่ลึกๆ อย่างน้อยโปรเจคนี้ก็ทำให้มีคนอ่านงานของกนกพงศ์เพิ่มขึ้นอีก 9 คน และหวังว่า งานของพี่กนกพงศ์ที่พวกเราได้อ่าน จะจุดประกายอะไรบางอย่างให้เกิดขึ้นในเนื้อในตัว
บางอย่างที่อาจ ล่องหลุดหายไป หรือบางอย่างที่วรรณกรรมทิ้งรอยไว้ในตัวเรา
ล่อง/รอย [remains]
10 หนังสั้น โดย
สถิตย์ ศัสตรศาสตร์ (ความทรงจำ)
2008/ sound / colour /experimental / 8 minutes
Director 's Statement
หนังและกลอนได้แรงบันดาลใจมาจากชีวิตของคุณกนกพงศ์ ชีวิตที่มีเป้าหมายแตกต่างกันระหว่างคนรุ่นก่อนและคนรุ่นหลัง การเปรียบเทียบระหว่างแสงจากอดีตและปัจจุบัน เปรียบเสมือนวิญญาณที่หลงทางในความทรงจำที่ยังไม่มีและสลัดไม่ออก
The poem and the video are inspired by Kanokphong’s life and goal compare to the newer generation. To depict differences between generations, I show it through the light of the future and the past in the state of lost soul swimming in the memories, which haven’t been registered yet.
ปฐมพล เทศประทีป (คนใต้ : KON-TYE)
2008/ sound / colour /experimental / 9 minutes
Director 's Statement
การเสียชีวิตของของนักเขียนคนหนึ่งก็เหมือนกับการหลุดพ้นความกังวลทั้งหลายทั้งปวงและละทิ้งคนอ่านที่ยังมีชิวิตอยู่ให้เวียนว่าย ค้นหาความหมายของชีวิตภายใต้แรงขับทางธรรมชาติกันต่อไป ผมจึงนึกถึงช่วงเวลาระหว่างความรู้สึกภายหลังการแสดงออกของผู้สร้างผลงานไม่ว่าจะเป็นศิลปะแขนงไหนก็ตามกับความรู้สึกของผู้รับผลงานเหล่านั้น เป็นช่วงเวลาที่น่าประทับใจของผม เพราะต่างก็ได้แลกเปลี่ยนพลังงานระหว่างกันการเคลื่อนไหวภายในของความรู้สึกและความนึกคิด แม้ว่าพลังงานเหล่านั้นจะส่งผลดีหรือไม่ต่อทั้งสองฝ่ายก็ตาม งานชิ้นนี้จึงเป็นการย้ำเตือนความรู้สึกร่วมกันเหล่านี้ได้ในทั้งฐานะผู้ให้และผู้รับของผมเอง
The death of a writer is like escaping all concerns and leaving the fellow readers to swarm the world and find the meaning of life under the influence of nature. This is why I thought about the feelings after finishing every kind of art. It was a very impressive moment because everyone has traded energy to one another in the ways of feelings and thought. Even if this energy will be good or bad. This work of art is the reassertion of emotions in the status of the giver and receiver of my own self.
โอฬาร เนตรรังสี (ผ่าน)
2008/ silence / colour / experimental / 8 minutes
การเดินทางของมนุษย์นั้นขึ้นอยู่ผู้สังเกตการณ์ บางทีเราอาจรู้สึกว่าเราหยุดนิ่ง คนอื่นอาจคิดว่าเรากำลังเคลื่อนที่ บางทีเราอาจรู้สึกเคลื่อนที่ ในขณะที่คนอื่นคิดว่าเรากำลังหยุดนิ่ง
The traveling of human beings is up to the observer. Sometimes we might feel that we are not moving. Some others say that we are moving. Sometimes we might feel that we are moving. In the same instance, some other people are thinking that we are still.
สุชาดา สิริธนาวุฒิ (My Little Piece of Sky)
2008/ sound / colour /experimental / 7 minutes
edited by Lee Shatameteekul
Director 's Statement
ในบางครั้ง เวลาที่เราอยู่ผิดที่ผิดทางหรือทำอะไรผิดจังหวะ ความรู้สึกอึดอัด กระอักกระอ่วน หรืออาจมากถึงขั้นราวกับขาดอากาศหายใจ จนอยากหนีไปจากจุดนั้นให้เร็วที่สุด ท้องฟ้า คือพื้นที่ว่างสำหรับฉันเสมอ
คุณกนกพงศ์ สงสมพันธุ์ นักเขียนผู้ล่วงลับไปแล้วชอบถ่ายรูปท้องฟ้าเช่นกัน ความรู้สึกที่มีต่อท้องฟ้าของเราอาจเหมือนหรือแตกต่างอย่างไรนั้นไม่ใช่สาระสำคัญ ท้องฟ้าคือท้องฟ้า เป็นสิ่งที่สิ่งมีชีวิตบนโลกใบนี้มีเท่าเทียมกันไม่มีใครมาแย่งชิงไปจากใครได้
มีคำพูดของคุณกนกพงศ์ประโยคหนึ่งว่า ถ้าหากว่าเรากล้าที่จะคิดออกไป กล้าที่จะไม่ตามจินตนาการของคนอื่น เราก็จะเจอช่องว่างมากมายว่า โลกนี้มีที่ว่างให้สำหรับเรา
ที่ว่างตรงนั้น บางคนอาจใช้เวลาทั้งชีวิตก็ยังหาไม่เจอ ตัวฉันเองยังคงไม่แน่ใจว่ากำลังค้นหาอะไรอยู่ เพียงแต่ ณ เวลานี้ฉันได้ค้นพบพื้นที่ส่วนตัวแล้ว เป็นพื้นที่ที่ฉันสามารถเป็นอิสระ สงบ ปลดปล่อยความคิด ความรู้สึก และจินตนาการได้อย่างไม่รู้จบ
Sometimes... we may be in the way... or out of sync with everyone else... we may feel frustrated and insecure... or in extreme cases... left gasping for breath... so much so that our only thought is to beat a quick escape... the sky is always my retreat...
Kanokpong Songsompan, the recently deceased writer, also enjoyed taking pictures of the sky... our feelings about the sky may have been similar... or not... is not my point... the sky is the sky... it exists on this world equally for everyone... so no one can claim the sky as her own...
There is a quote from Kanokpong’s writing that resonates with me... “If we dare to express our thoughts... dare to rebel against popular imagination... we will find our own space... proving... the world has room for everyone.”
Some people spend their entire lives searching but never find their own space... I’m not sure myself exactly what I’m searching for... but all i know... is... right now i’ve managed to find my own personal space... a place where I’m free... at peace with myself... purified from thought and emotion... where my imagination has no limits...
นนทวัฒน์ นำเบญจพล (ฝนโปรยไพร The Valley of Rainforest)
2008/ sound / colour /experimental / 5 minutes
Translated by Dornsaron Kovitvanitcha
Director 's Statement
ชีวิตมิได้ดำรงอยู่อย่างโดดเดี่ยว แต่หมายรวมถึงบริบทแห่งความสัมพันธ์กับสรรพสิ่งรอบด้าน แต่ละคนต่างมีรูปแบบชีวิตตามวิธีคิดของตน ขณะวิธีคิดนั้นมีส่วนกอปรสร้างมาจากสรรพสิ่งแวดล้อมอีกชั้น
ฝนโปรยไพร นนทวัฒน์ ได้เก็บภาพบรรยากาศผู้คน ในสภาพแวดล้อมรอบห้องทำงาน ด้วยวีดีโอ เสมือนกับที่กนกพงศ์ ได้เก็บภาพบรรยากาศรอบห้องทำงานด้วยตัวหนังสือ ในบันทึกจากหุบเขาฝนโปรยไพร
Life isn’t occupied by loneliness but means the context of relation of all creations. Each person has different life styles and thinking of their own. The thinking process is from the creations of nature in another level. Phon Proey Prai. Nontawat has captured the atmosphere of people in their working space with video. Similar to Kanokpong which captured the working space of others with text in The Valley of Rainforest
จุฬญาณนนท์ ศิริผล (จุฬญาณนนท์)
Director 's Statement
จากผลงานซีไรท์ของคุณกนกพงศ์ สงสมพันธุ์ กล่าวถึงความเปลี่ยนแปลงของสังคมที่ไม่อาจกลับคืนได้ดังเดิม ซึ่งในขณะเดียวกัน ตัวเราเองก็ไม่สามารถกลับคืนสู่วัยเด็กได้เช่นเดียวกัน
From the S.E.A write award Kanogpong’s book , it shows the similarity in changes of the society and that of a child which cannot recall back its childhood .
นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ (สมเสร็จ)
2008 / 12 mins / Color / Sound / DV / fiction
Cast : Kanokphong Songsomphan , Siwapark Jianwanalee , Katanyu Swangsri
Synopsis : Two guys go to the forest to detect the tapir’s spirit sound wave.
Director 's Statement
1. เนื่องจากผมไม่ได้ติดตามผลงานของกนกพงศ์ สงสมพันธุ์มากนัก ผมจึงไม่สามารถทำความเข้าใจงาน หรือ เกิดแรงบันดาลใจใดๆจากงานเขียนและชีวิตของเขาได้ในระยะเวลาเพียงแค่ 1 เดือน หลังจากได้รับมอบหมายโปรเจคท์นี้
2. ผมจึงทำหนังเรื่องนี้จากความเข้าใจเท่าที่เคยอ่านงานของเขามาประมาณ 2 บท ภาพถ่ายตัวเขาที่เคยเห็น 4 รูป เท่านั้น เพื่อแสดงความเคารพด้วยความซื่อสัตย์จากคนธรรมดาคนหนึ่งสู่คนธรรมดาอีกคนหนึ่ง
1. As I rarely read the works of Kanokphong Songsomphan , I were not quite be able to throughroughly understand his life or to draw any inspiration out from his work within a month after accepting to join this project
2. So I made this short film from some of his works which I read when I was young and from his 4 portraits on the old magazine only. I thought this is my most honest way to respect him , as we are just ordinary men.
วิชาติ สมแก้ว (เสียงเพรียกจากสวนหลังบ้าน / Backyard Calling)
2008/ silence / colour /experimental / 5 minutes
edited by Nontawat Numbenchapol
Director 's Statement
วีดีโอบันทึกแรงบันดาลใจ เคารพความเป็นส่วนตัวในเรื่องเล่า ของ กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ เสียงเพรียกจากสวนหลังบ้าน เสมือนด้าน "รอบบ้านทั้ง 4 ทิศ"
นฆ ปักษนาวิน (Trill of Puff)
2008/ sound / B&W /experimental / 4 minutes
Director 's Statement
กนกพงศ์ใช้พิมพ์ดีดทำงานเขียนของเขาเสมอมา เขาจะใช้คอมพิวเตอร์เมื่อเขียนงานเสร็จแล้วเท่านั้น
สภาวะการต่อสู้ของนักเขียนกับหน้ากระดาษที่ว่างเปล่า ความโดดเดี่ยวอ้างว้าง การคาดคั้นมั่นหมาย จับมั่นเอาสิ่งที่ล่อง ลอยมาเป็นเรื่องเล่า เขาอุทิศชีวิตให้กับสิ่งเหล่านี้ ไม่ว่านานแสนนานเท่าใด เรื่องเล่าจากนามธรรมเหล่านั้นจะปรากฏเป็นร่องรอยหลักฐานแห่งการมีชีวิตอยู่ของกนกพงศ์บนโลกใบนี้
ผมเลือกใช้ภาพเงาสะท้อนของผิวน้ำที่บางครั้งก็นิ่งเย็นและบางครั้งก็ไหวสั่น บางครั้งคล้ายหมอกควันล่องลอยไม่คงทนถาวร ล้อกับเพลง Spiegel im Spiegel ซึ่งประพันธ์โดย Arvo Pärt (Spiegel im Spiegel ในภาษาเยอรมันแปลว่า กระจกเงาในกระจกเงา) เพลงนั้นให้นัยประหวัดถึงสิ่งที่จะคงอยู่เป็นอนันต์ เคียงคู่กับเสียงพิมพ์อันหนักแน่นแต่รวดร้าว (เสียงพิมพ์ดีดพิมพ์เรื่องสั้นเรื่องหนึ่งของกนกพงศ์)
อรรถวุฒิ บุญยวง (ตื่น : wake up)
2008/ sound / colour /experimental / 3 minutes
Director 's Statement
ในบางครั้งเราตื่นขึ้นด้วยเหตผลสองประการครับ สำหรับผมแล้วการตื่นขึ้นมา สิ่งแรกคือ เราตื่นเพราะร่างกายข้างในของเราอยากให้ตื่น ประการที่สอง เราตื่นจากการปลุกของใครคนหนึ่ง เราเต็มใจบ้างไม่เต็มใจบ้าง แต่เราก็ตื่นอยู่ดี จากการอ่านงานของคุณกนกพงศ์ ทำให้ผมถูกปลุกให้ตื่นจากความฝัน เพื่อมาสัมผัสโลกในแบบที่เราคุ้นเคยแต่เราก็หลงลืมมันไป
Sometimes we wake up because of two reasons. The first reason to wakeup is caused by the body itself which our inner self wants to wake up. The second reason is by someone else waking us up , sometimes willing and not willing to, but at the end we all wake up.
From reading Kanokpong’s work, it made me wake up from my dreams to touch and feel the world in a way that we are familiar with but we also forgotten.
หนัง(สือ)๒๕๒๑ Bo{ok}hemian arthouse
61 Talang Rd,Phuket Town
Phuket Siam 83000
Homepage http://www.room2521.com
http://www.NP2521.co.nr
edit @ 27 Feb 2008 18:53:47 by ennisdelmar
ขอฟ้องพี่น้องประชาชนก่อน ไม่ยุติธรรมอ่ะ เอาสารคดียาวมาแข่งกับสารคดีสั้น ใครจะไปสู้ท่านได้อ่ะครับ ท่านมีเครื่องมือให้ใช้มากกว่า มีเวลาเล่าเรื่องได้ลึกกว่า สารคดีสั้นหรือหนังสั้นมันไม่สามารถใช้กลวิธีบางอย่างๆหนังยาวได้อ่ะ เสียเปรียบมั่กๆ รู้งี้หนีไปสายช้างเผือกพิเศษดีกว่า ...ก็เค้าอายุสิบเจ็ด เอิ๊กกก กั่กๆๆๆ...
นี่เป็นสารคดีไทยที่ดีที่สุดที่ผมเคยดูมาเลยครับ 2/3แรกของเรื่องอาจดูย้วย พูดอยู่นั่นซะจนน่าเบื่อมาก แต่นี่เป็นกลวิธีทางภาพยนตร์ของเขาครับ เพราะเขาเป็นหนังยาว จึงมีสิทธิเล่นกลกับเวลาด้วยวิธีนี้ได้ หนังเรื่องนี้เป็นสารคดีของตัวคนทำเอง แล้วก็เล่าเรื่องผ่านมุมมองของตัวเองอีกตั่งหัก ประมาณเดียวกับ tarnation แต่เล่าเรื่องซื่อตรงกว่า สรุปคือหนังมันใช้นัยยะ "ขนาดเธอนั่งดูแค่ชั่วโมงยังรู้สึกขนาดนี้ เธอว่าฉันจะรู้สึกอย่างไร..."
หนังมันดีมานด์จากคนดูพอสมควรครับ แต่มันก็ให้รางวัลกับคนดูอย่างสมใจในตอนจบ อย่าไปถูกหลอกโดยหน้าหนังว่านี่เป็นหนังเกย์นะครับ เกย์เป็นแค่เรื่องฉาบหน้าครับ หนังมันลงลึกไปกว่านั้นมากครับ นี่คือหนังแห่งความทุกข์ทรมานของมนุษย์คนหนึ่งที่ต้องโกหกตัวเองตลอดเวลา มนุษย์คนหนึ่งที่จิตใจสลายเพราะการไม่ยอมรับในตัวเอง หนังมันจึง universal ครับ ขนาดพวกโฮโมโฟเบียอย่างผมดูแล้วยังอินจนน้ำตาซึมเลย หนังมันทรงพลังขนาดนั้น
ชอบคุณแม่ของคนทำหนังคนนี้มาก น่ารักเหลือเกิน จ๊าบสุดๆ และท่านก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ตอนจบของหนังเลิศขนาดนี้ หนังมันปลดปล่อยทุกอย่างด้วยการตั้งกล้องอย่างง่ายๆ และถ่ายแช่ ...เทคเดียว
ข้าพเจ้าจึงขอคารวะแก่ภาพยนตร์เรื่อง one true thing จากใจมา ณ.ตรงนี้...